in สาระน่ารู้

อุดฟันอันตราย ถ้าใช้ปรอท!?!

อุดฟันอันตราย ถ้าใช้ปรอท!?!
อุดฟันอันตราย ถ้าใช้ปรอท!?!

ปรอทเป็นโลหะสีขาวคล้ายเงิน เป็นของเหลวที่อุณหภูมิปกติ สามารถทำให้เป็นของแข็งได้แต่เปราะที่อุณหภูมิปกติ ปรอทสามารถระเหยกลายเป็นไอได้ ทำให้เป็นอันตรายต่อร่างกายได้ง่ายขึ้นเป็นธาตุโหละชนิดเดียวที่เป็นของเหลวในที่อุณหภูมิและความดันมาตรฐาน ธาตุอื่นอีกธาตุหนึ่งที่เป็นของเหลวภายใต้สภาวะเช่นนี้คือ โบรมีน แม้ว่าโลหะอย่างซีเซียม แกลเลียม และรูบิเดียมจะละลายที่อุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิห้อง  การเกิดพิษจากสารปรอทมีทั้งชนิดเฉียบพลันและเรื้อรัง พิษชนิดเฉียบพลันมักเกิดจากอุบัติเหตุโดยการกลืนกินสารปรอทเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งปริมาณปกติที่ได้รับเข้าสู่ร่างกายและทำให้คนตายได้ โดยเฉลี่ยประมาณ 0.02 กรัม อาการที่เกิดจากการกลืนกินปรอท คือาเจียน ปากพอง แดงไหม้ อักเสบและเนื้อเยื่ออาจหลุดออกมาเป็นชิ้นๆเลือดออก ปวดท้องอย่างแรง เนื่องจากปรอทกัดระบบทางเดินอาหารมีอาการท้องร่วงอย่างแรง อุจจาระเป็นเลือดเป็นลม สลบเนื่องจากร่างกายเสียเลือด  เมื่อเข้าสู่ระบบหมุนเวียนโลหิต ปรอทจะไปทำลายไต ทำให้ปัสสาวะไม่ออกหรือปัสสาวะเป็นเลือดและตายในที่สุด

ในปรอทมีพิษต่อร่างกายมากขนาดนี้ จึงมีการประเด็นการถกเถียงถึงเรื่อง‘อะมัลกัม’วัสดุที่ใช้ในการอุดฟัน กล่าวถึงเรื่องความปลอดภัยในการใช้ ที่ทำให้เกิดโลหะหนักในร่างกาย เป็นพิษ ทำให้เกิดโรค ต้องกำจัดออก ด้วยความเกรงว่า อะมัลกัมที่ใช้ในการอุดฟัน จะส่งผลเสียต่อสุขภาพ ถ้าหากเคี้ยวอาหาร แล้วมีปรอทในอะมัลกัมระเหยออกมาด้วย แต่จากข้อมูลทางเภสัชวิทยา โลหะปรอทไม่ได้คงอยู่ในร่างกายอย่างถาวร แต่จะถูกขับออกจากร่างกายและเหลือปริมาณเพียงครึ่งหนึ่งในระยะเวลา 55 วัน ดังนั้นต่อให้ได้รับปรอทเมื่อปีที่แล้ว อาจจะไม่มีโลหะปรอทหลงเหลืออยู่ภายในก็ได้และแม้อะมัลกัมจะมีส่วนประกอบของสารปรอทในช่วงแรกของการผสมโลหะ แต่เมื่อปรอทผสมกับโลหะจนกลายเป็นอะมัลกัมแล้ว ปรอทจะก่อพันธะเคมีอย่างสมบูรณ์ ทำให้อยู่ในรูปคงตัว จึงเกิดการเสถียร ไม่สามารถปล่อยพิษออกมาได้ ส่วนข้อมูลที่กล่าวว่าวัสดุอุดฟันอย่างอะมัลกัมอาจเป็นพิษต่อร่างกายจนทำให้ผู้ป่วยหลายรายเสียชีวิตนั้น ก็มีข้อสันนิษฐานว่า ผู้ป่วยอาจมีภาวะเรื้อรังมากมาย หรืออาจจะเป็นภูมิแพ้มาก่อนหน้านี้ ก็อาจทำให้ปรอทที่อยู่ในฟันมานานไปเกาะตัวกับเม็ดเลือดจนทำให้ภูมิต้านทานลดลง จนการทำงานภายในร่างกายแปรปรวน

 

แน่นอนว่าก็มีการศึกษาแล้วว่าปรอทส่วนเกินที่จะระเหยออกมาได้ในกระบวนการของการรักษาทางทันตกรรมนั้น มีอยู่ 2 ช่วง ก็คือ ในระหว่างที่การอุดฟันยังไม่แข็งตัว กับ ช่วงที่มีการรื้อเอาวัสดุเก่าออก ดังนั้นหากใครคิดจะทำการเปลี่ยนวัสดุฟัน ก็ควรจะศึกษารายละเอียด และปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพต่อไปในอนาคต

Written By: